เบื้องหลังละครหมอนทองที่ TedX เจริญกรุง (ตอนจบ 3/3)

การจัดละครหมอนทองที่ TedX เจริญกรุง ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านงบประมาณและการซ้อมที่จำกัด นักแสดงร่วมใจแสดงโดยไม่มีค่าตัว มีเพียงค่ารถช่วยเหลือ ละครใช้เทคนิค Playback Theatre ให้ผู้ชมแชร์ความรู้สึก ผลงานสำเร็จด้วยสปิริตอาสาและการสนับสนุนจากทีมงาน
(ตอนสุดท้าย )
พอรวมทีมนักแสดงแบบมั่ว ๆ ได้แล้ว ถัดมาก็เป็นการซ้อมครับ เราซ้อมกันไม่มากมีเวลาเจอกันแค่ 3 ครั้งเอาจริง ๆ ทำไมน้อย อันนี้ผมก็อยากจะซ้อมมากกว่านี้แต่ติดขัดที่งบประมาณ สิ่งที่ผมยังไม่ได้บอกทุกคนเลยก็คือ TedX เป็นงานอาสาสมัครนะครับ เขาไม่ได้จ้างใครเลยให้มาพูด เพราะนั่นคือกระดูกสันหลังของงานนี้ สปิริตของเขาก็คือเป็นการรวมตัวของเหล่าเทพผู้กล้าในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม! ถ้าจ้างมาก็จะดูไม่มีเกียรติเลยใช่ไหม ใช่! ผมเองก็ภูมิใจในความเป็นสปีกเกอร์ TedX ของตัวเองและพร้อมที่จะยืนยันในหลักการนี้
แต่!
แต่คำโต ๆ เลยก็คือ แล้วนักแสดงที่ไปหามาน่ะ เขาไม่ได้เกี่ยวกับงานนี่นา แล้วจะให้เขามาอาสาได้อย่างไร อ่า นั่นเป็นปัญหา มันเหมือนผมต้องกลายเป็น Adaptor ที่เอาขาเหยียบอยู่ระหว่างสองโลก คือโลกของสปิริต และโลกแห่งความจริง ผมเลยประกาศไปเลยว่างานนี้ไม่มีค่าตัวแต่มีค่ารถให้ สนใจไหม ซึ่งทุกคนก็ดูโอเค และยอมรับได้
แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ TedX เขาให้ค่ารถเหมา 1,000 บาท เฉพาะการมาซ้อมใหญ่และการแสดงจริงเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการซ้อมวันอื่น ๆ ของเราเลย แล้วผมมีนักแสดงตั้ง 4 คนทีนี้เอาไง วิธีการแก้ปัญหาง่ายที่สุดก็คืองานนี้ต้อง “ควักเนื้อ” สิครับ แต่ผมไม่มีเนื้อให้ควักมากนักเพราะผมถือคติว่าทำงานอาสาใด ๆ ต้องไม่เอาเงินตัวเองจ่ายเด็ดขาด ให้ไปช่วยด้วยแรงกายเท่านั้น แต่งานนี้ดูท่าแล้วก็คงต้องตามนั้นเพราะมันจะไม่เกิด
ในที่สุดก็ว่าไปตามนั้นครับ เพราะยิ่งซ้อมก็เห็นความตั้งใจและเสียสละเวลาของนักแสดง เราก็เห็นใจเขา แต่แรกบอกไปไว้ยังไงว่าจะให้ทุกวันก็ต้องให้ทุกวันที่มาซ้อม คือถ้าคุณเป็นคนทำงานในวงการแสดงคุณจะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าตกลงพูดออกไปแล้ว จะไม่สามารถมาเปลี่ยนแปลงได้ภายหลัง ไอ้ที่ว่า “หักคอ” กันน่ะ มันต้องหักมาตั้งแต่แรก แต่ถ้าหักตอนหลังมันจะเรียกว่า “หักหลัง” ครับ ซึ่งไม่ได้ ๆ
นอกจากนั้นยังมีเรื่องของห้องซ้อม ประเทศไทยของเรามีพื้นที่กว้างใหญ่ แต่ไม่มีห้องซ้อมราคาถูกให้กับคนละครเวทีครับ ต้องไปหา ๆ เอาให้ได้ราคาที่พอรับได้ พอดีอากาศหนาวเราก็ขอไม่เปิดแอร์ได้ราคาถูกลงไปอีก อ่าแน่นอนว่าเงินส่วนนี้ผมก็ต้องจ่ายเช่นกัน
การซ้อมเป็นไปอย่างราบรื่นบ้าง มีปัญหาบ้าง แต่เป็นละครแบบ Devising คือไม่มีบทมาก่อน ผมให้นักแสดงลองทำ ลอง improvise เลยแล้วปรับนั่นนี่ โดยใช้พื้นฐานมาจากละคร Image Theatre และ Newspaper Theatre ของละครของผู้ถูกกดขี่ ได้เป็น collage ของชีวิตของ อ.สกล ซ้อมไปสองครั้งก็ได้บททั้งหมดมาแล้ว และก็จ่ายบทไปให้เจ้านุก อย่างที่เคยเล่าไว้แล้วในตอนที่แล้ว
วันแสดงจริง เราเปิดมาด้วยเทคนิคละคร Playback Theatre ละครย้อนเล่น ที่ให้ผู้ชมแชร์ความรู้สึกภายหลังได้ฟังสปีชของพี่ชิต ซึ่งผมอยากบอกว่าพี่ชิตพูดได้ดีมากวันนั้น ดีกว่าวันซ้อมใหญ่อีก แต่เสียดายไม่พูดเรื่องหนังพระนเรศวร สงสัยกลัว digital footprint ผมรู้อยู่แล้วว่าผู้ชมฟังแล้วต้องรู้สึกฮึกเหิมมาก ผู้ชมก็เริ่มแชร์กัน “รู้สึกมีพลังจะกลับไปทำงานวันจันทร์” “รู้สึกอยากกินเบียร์แล้ว” ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรเราก็เอาความรู้สึกผู้ชมมาย้อนเล่นให้ผู้ชมได้ชม เป็นการด้นสดด้วยนักแสดง 4 คน สำหรับคนที่ไม่เคยเห็นพลังของ Playback จะรู้สึกอดทึ่งไม่ได้ และมีความปรีเปรมอยู่โดยเฉพาะเวลาที่ผู้ชมคนนั้นได้ชมในสิ่งที่ตัวเองแขร์ หรือผมจะเรียกละครแบบนี่ว่า “แชร์ชม” ดีมั๊ยนะ 555 (โฆษณาไว้หน่อยว่าปีหน้า มาร็องดู จะขยายมาทำละคร แชร์แล้วชม ใครอยากเป็นนักแสดงเกียมตัว)
ละครผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก ๆ ผมยังงงว่ามันทำไมจบไวจังทั้ง ๆ ที่มันก็ใช้เวลา 20-30 นาที แบบที่ซ้อมกันมานั่นแหละ แล้ววันนั้น Curator ที่เลือกสปีกเกอร์หลากหลายมาพูดต่อ ๆ กัน มันทำให้เรื่องราวดำเนินไปจากแสงหิ่งห้อย ไปถึง supernova เลยทีเดียว
จบงานแล้วเรามีปาร์ตี้กัน ที่ทุกรอคอย ก็คือ พี่ชิต เลี้ยงเบียร์ทุกคน ทุกคนที่มาในงานเลยนะ ไม่ใช่เฉพาะทีมงาน วันนั้นโชคดีเราได้ดูพลุที่ยิงจากงานอะไรก็ไม่รู้เป็นการจบงานที่อิ่มเอม
หลังจบงานไปแล้ว ผมบอกกับทีมงานว่าเรื่องค่าเดินทางนักแสดงและค่าที่ซ้อมน่ะ พี่ฉั่ว คิดว่าถือว่าทำให้กับ “พี่นก” ซึ่งพี่นก ธนา เป็น curator ของ TedX ในปีที่ผมเป็น speaker และผมเชื่อว่าพี่นกเป็นปัจจัยที่ทำให้ผมได้เข้ามาพูดใน TedX และให้กำลังใจเบื้องหลังผมตลอดเวลาแม้กระทั่งงานเปิดตัวหนังก็ไปดู หลังจากข้อความส่งให้ทีมงาน ก็นอนหลับอย่างสบายใจ ก่อนที่จะพบว่าในตอนเช้าทีมงานบอกว่าจะช่วยซัพพอร์ทค่าใช้จ่ายให้ส่วนหนึ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งข่าวดี สำหรับผมไม่ใช่เรื่องเงินหรอก แต่เป็นหลักการในการทำงานอาสาอย่างที่บอกไป และคิดถึงระยะยาวด้วยผมอยากให้มันยั่งยืน
หลับให้สบายนะพี่นก ผมเชื่อว่าถ้าพี่เห็นละครที่ผมทำ ก็คงจะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาลนี้






