หน้ากาก/ฉากหลัง
เวิร์กชอปที่ชวนคุณมา “ใส่หน้ากากเข้าหากัน” เพื่อสำรวจร่างกาย สถานะ และความสัมพันธ์
วันที่: 31 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569
เวลา: 09.30–16.30 น.
สถานที่
31 ตุลาคม: ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. (งามดูพลี)
1 พฤศจิกายน: Siam Mover
นำกระบวนการโดย: ครูอเล็กซ์ และครูบี
หลายคนเข้าใจว่าการใส่หน้ากากคือการปกปิดตัวตน
แต่หน้ากากนั่นแหละคือตัวตนของเราจริง ๆ
หน้ากากอยู่กับมนุษย์มาอย่างยาวนาน ทั้งในพิธีกรรม การเฉลิมฉลอง และการแสดง
ในโนราของภาคใต้ หน้ากากเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับบรรพบุรุษ ใน Commedia dell’Arte ของอิตาลี หน้ากากช่วยสร้างตัวละครที่มีบุคลิกและสถานะทางสังคมแตกต่างกัน ขณะที่ในเทศกาล Carnival หน้ากากเคยเปิดพื้นที่ให้ลำดับชั้นทางสังคมถูกพลิกกลับได้ชั่วคราว นอกจากนี้ หน้ากากยังปรากฏในราชสำนักและการแสดงแบบประเพณีของไทย
แต่เราไม่จำเป็นต้องอยู่บนเวทีจึงจะ “ใส่หน้ากาก”
ในชีวิตประจำวัน เราต่างสวม “หน้ากาก” ที่แตกต่างกันไปตามผู้คนที่อยู่ตรงหน้า สถานการณ์ และตำแหน่งแห่งที่ของเราในความสัมพันธ์นั้น
หน้ากาก/ฉากหลัง จึงไม่ได้ชวนคุณมาเพียงเรียนรู้การแสดงด้วยหน้ากาก แต่ชวนทดลองว่า เมื่อหน้ากากที่คุ้นชินซึ่งก็คือใบหน้าของเราถูกปกปิดซ่อนไว้ ร่างกายของเราจะเปลี่ยนไปหรือไม่ และความสัมพันธ์ระหว่างเรากับผู้อื่นจะเปลี่ยนไปอย่างไร
เมื่อใบหน้าถูกปกปิด ร่างกายเริ่มพูด
เราจะเริ่มต้นด้วย Neutral Mask หรือหน้ากากเป็นกลาง เพื่อทดลองการเคลื่อนไหวเมื่อเราไม่สามารถใช้สีหน้าเป็นเครื่องมือหลักในการสื่อสาร
เมื่อใบหน้าหายไป ร่างกายไม่ได้เพียงเข้ามาทำหน้าที่แทนสีหน้า แต่หน้ากากอาจพาเราไปค้นพบ “ร่างกายอีกแบบหนึ่ง” ผ่านท่าทาง จังหวะ ระยะห่าง น้ำหนักของการเคลื่อนไหว และการใช้พื้นที่
จากนั้นผู้เข้าร่วมจะได้ออกแบบและระบายสี Emotional Mask หรือหน้ากากอารมณ์ของตัวเอง โดยนำอารมณ์ ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ของชีวิตคนเมืองมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ และสามารถนำหน้ากากที่สร้างขึ้นกลับบ้านได้หลังจบเวิร์กชอป
เมื่อเรา “ใส่หน้ากากเข้าหากัน”
หน้ากากใบหนึ่งไม่ได้มีความหมายตายตัวอยู่เพียงลำพัง
เมื่อหน้ากากสองใบพบกัน จะเกิดอะไรขึ้น?
หน้ากากใบหนึ่งอาจดูมีอำนาจเมื่ออยู่กับอีกใบ แต่กลับดูเปราะบางเมื่อพบกับหน้ากากอีกแบบหนึ่ง ใครเป็นฝ่ายเข้าใกล้ ใครถอยห่าง ใครนำ ใครตาม ใครครอบครองพื้นที่มากกว่า และสถานะเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่?
ผ่านการเล่นและการเคลื่อนไหว ทั้งคนเดียว เป็นคู่ และเป็นกลุ่ม เราจะทดลองกับ สถานะทางสังคม (Social Status) อำนาจ ระยะห่าง ความใกล้ชิด และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างร่างกาย
เราเป็นผู้ทำให้หน้ากากมีชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน หน้ากากก็อาจเป็นฝ่ายทำให้เราค้นพบร่างกายอีกแบบหนึ่ง และเปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการสัมพันธ์กับคนอื่น
เช่นเดียวกับกระบวนการในเวิร์กชอป ร่างทรงจำ (Biographical Theatre) เราจะนำวัตถุดิบจากชีวิต ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ อารมณ์ หรือเรื่องราว มาสร้างเป็นภาษาของการละคร โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเรื่องส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา
หน้ากากจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการแสดงอารมณ์ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เราได้ทดลองว่า ความสัมพันธ์ ลำดับชั้น ความใกล้ชิด และความห่างเหิน ถูกสร้างและเปลี่ยนแปลงผ่านร่างกายของเราได้อย่างไร
ในวันที่สอง เราจะนำสิ่งที่ค้นพบมาสร้างเป็นฉากสั้น ๆ เพื่อสำรวจ ความโดดเดี่ยว การเชื่อมโยง และความสัมพันธ์ของผู้คนในชีวิตเมือง
ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแสดงหรือมีพื้นฐานทางศิลปะมาก่อน เพียงมีความอยากรู้อยากลอง พร้อมที่จะเล่น เคลื่อนไหว และสำรวจสิ่งที่อาจไม่คุ้นเคยไปด้วยกัน
สิ่งที่คุณจะได้ทดลอง
เรียนรู้พื้นฐานการเล่นกับหน้ากากและการใช้ร่างกายบนเวที
ทดลองการเคลื่อนไหวเมื่อใบหน้าไม่ใช่เครื่องมือหลักในการสื่อสาร
ออกแบบและสร้างหน้ากากอารมณ์ของตัวเอง
สำรวจว่าหน้ากากเปลี่ยนร่างกายและการเคลื่อนไหวของเราอย่างไร
ทดลองการสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างหน้ากาก
สำรวจสถานะทางสังคม อำนาจ และความสัมพันธ์ผ่านร่างกาย
ร่วมกันสร้างฉากสั้น ๆ ว่าด้วยความโดดเดี่ยว การเชื่อมโยง และความสัมพันธ์ของผู้คน
ราคาลงทะเบียนเปลี่ยนตามวันที่สมัคร
วันที่อ้างอิงตามปฏิทิน กรุงเทพ (GMT+7)
สำหรับผู้สมัครประเภท: นักเรียน และนักศึกษาชั้นปริญญาตรี ราคาลงทะเบียนคงที่สำหรับทุกคน ค่าลงทะเบียน: 900 บาท
เวลาอ้างอิง กรุงเทพ (GMT+7)
ครูอเล็กซ์เป็นผู้อำนวยการศิลป์ด้านละครประยุกต์ โดยเฉพาะละครชีวประวัติ ละครด้นสด ละครพื้นบ้าน ละครเวที และสายรุ้งแห่งความปรารถนา นอกจากนี้เขายังเป็นรองศาสตราจารย์ สอนวิชามานุษยวิทยา ศิลปะการแสดง และการเล่าเรื่องที่ MAIDS และร่วมกับอาจารย์ซอนนี่ คณะนาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ เขาจบการศึกษาด้านละครประยุกต์จากโรงเรียนนาฏศิลป์และการละครในเมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี อเล็กซานเดอร์ได้จัดเวิร์คช็อปมากมายในเยอรมนีและประเทศไทย โดยล่าสุดที่จอยเฮาส์ ศูนย์ชุมชนชาวพม่าในแม่สอด เขาเป็นผู้อำนวยการศิลป์และเคยแสดงในละครเวทีหลายเรื่อง รวมถึงพัฒนาการแสดงของตนเองด้วย “บ้านของเรา เวทีของเรา” ได้จัดแสดงที่โรงเรียนมูดิตา อินเตอร์เนชั่นแนล ไมแกรนต์ สคูล ในแม่สอด ให้กับเด็กๆ กว่า 150 คนได้ชมอย่างสนุกสนาน
สุรัสวดี ปานเพ็ชร์ หรือบี สำเร็จการศึกษา ด้าน Development Studies จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เธอมีความสนใจทางวิชาการของเธอครอบคลุมการละครเพื่อการพัฒนา (Theatre for Development) การใช้กระบวนการละครเพื่อการเรียนรู้และการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน การบริหารจัดการเชิงสร้างสรรค์ในบริบทสังคมพหุวัฒนธรรม ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
จบการศึกษา ป.โท ด้านการละครจากอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผู้ก่อตั้งคณะละครมาร็องดู คณะละครของผู้ถูกกดขี่คณะแรกของประเทศไทย เป็นผู้แปลหนังสือ Theatre of the Oppressed ในชื่อ "การละครของผู้ถูกกดขี่" จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา 2562
31 ต.ค. 2569 – 1 พ.ย. 2569
เริ่ม 09:30–16:30 น.
ดูรายละเอียดตารางด้านล่าง
ที่นั่งกำลังเต็มเร็วขึ้น
ช่วงที่ 1 · 31 ต.ค. 2569
ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. ถ.งามดูพลี
อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120.HostBkk จอดรถที่ ภัตตาคาร จันทร์เพ็ญ
ช่วงที่ 2 · 1 พ.ย. 2569
Siam Mover
448 Rama I Rd, Pathum Wan, Bangkok 10330